Filed under: Uncategorized
เราเคยไปฝึกงานอยู่ที่ Galeria de Arte ถ้ารวมเวลาไปเตรียมตัว เบ็ดเสร็จ 4เดือนกว่าๆ หน่อย เราได้เพื่อนมาคนนึง ชื่อLuis ซึ่งเป็นคนประเภทชอบถ่ายรูป (เหมือนกัน)
นี่เป็นภาพ Valenciaที่ถ่ายจากตึกที่หนึ่ง (หมายความว่าข้างหน้ามัน มีสองตึก) ภาพ มันก็คือภาพที่ไม่เหมือนกับของจริงที่เรายืนอยู่เลย เราจึงแน่ใจว่า สเปนเป็นที่ๆถ่ายรูปยากที่หนึ่ง ที่ฉันเคยไป.. ที่บอกว่ายาก เพราะว่า มันเป็นเมืองที่มีรายละเอียดเยอะแยะ เพียงแต่ภาพมันบอกอะไรไม่ได้หมดจริงๆ
ภาพมุมนี้ มักจะมีเยอะแยะ(เราคิดว่า) เพราะตรงที่ฉันยืนอยู่มันคือ จุดเดียวที่ใครๆก็มาถ่ายรูป
เมื่อวานก่อนพึ่งได้คุยกะเพื่อนที่เพิ่งผันตัวไปอยู่สเปน(บ้าง) เพื่อนบ่นเหงาและอึดอัดมาก เพราะคนเมืองนี้ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่โดยส่วนตัวเรา เวลาเราไปอยู่ ใครไม่พูดภาษาอังกฤษ เราก็จะตะบี้ตะบันพูดใส่เขาเข้าไป “ไม่รู้ล่ะ มึงต้องตอบกูมา กูต้องการคำตอบจากมึง” โชคดีที่คนสเปนน่ารัก ฉันได้คำตอบเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน
นี่คือที่อยู่ นี่คือภาพที่ดีที่สุด ก่อนที่มันจะรกอุบาศว์ และมีของมากมายกว่าที่เห็นประมาณสี่เท่า แต่ก็สามารถอยู่ที่นี่มาได้จนถึงวันกลับ ฉันมีเพื่อนอีกคนเป็นคนข้างห้องชื่อว่า อิจิโอะ เป็นญี่ปุ่นผู้หญิงที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเลย เราสองคนสื่อสารกันด้วยการเขียนรูป ก็พอรู้เรื่องบ้าง หลายครั้งที่โมโหที่อิจิ มีอะไรไม่พูดตรงๆ ทำให้ไม่อยากอยู่ด้วยมาก เพราะอึดอัด
ที่ี่ไม่ได้เป็นที่ถือกำเนิดเรื่อง “ฤดูหนาว” ที่เรากำลังเขียนหรอกนะ แต่เราได้เอาภาพบรรยากาศอัดใส่ลงไปด้วย
สเปนเป็นเมืองที่เหมาะจะไปอยู่กับแฟน ไปใช้ชีวิตตามความฝัน แบ่บกินอาหารสีสวยๆ แต่รสชาติก็เลี่ยนๆอยู่ดี นอนกกกอดกันอยู่ในห้องเล็กๆที่มีระเบียงมองออกไปเห็นผู้คน แสงแดดเจิดจ้า เป็นเมืองที่เหมาะแก่การ กินนอน เที่ยว ออกไปเปรี้ยวให้หมดแรงแล้วก็กลับมาตายรัง ตอนนั้นฉันไม่มีแฟน ไม่ได้มีโอกาสทำอะไรอย่างที่ตัวเองวาดเอาไว้เลย จึงได้แต่คิดมากกว่า ตื่นขึ้นมาทำงานด้วยความรู้สึกตื้อๆอยู่ในหัวลึกๆ เหมือนเตรียมพร้อมที่จะฟังภาษาประหลาด แล้วก็ไม่ต้องคิดมากถ้าเขากำลังพูดถึงเราแต่เราฟังไม่รู้เรื่อง ฉันเรียนรู้และเข้าใจการ “ไม่ต้องเข้าใจอะไรบ้าง …ก็ได้” ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการฝึกที่ดีจริงๆ
ฉันชอบความรู้สึกแห่งการไม่เข้าใจมากกกกก มันทำให้เรารุู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรู้ไปทุกเรื่อง เพราะการที่อยากรุู้ทุกเรื่อง มันจะทำให้ติดเป็นนิสัย อยากรู้เรื่องของคนอื่นตลอดเวลา ทำให้ฉันมองดูคนท่ีเป็นอย่างนั้นแล้ว รู้สึกได้รู้ว่าคุณค่าของเขาช่างด้อยจริงๆ (มันคงเป็นสัญชาตญาณชั้นเลวในตัวฉันกำลังทำงาน) คนชอบรู้เรื่องคนอื่นโดยส่วนใหญ่มักดูเยินๆ ซึ่งตัวเองมักไม่รู้ซะด้วย เยินหมายถึง ลืมดูแลตัวเอง ไม่ออกกำลังกาย ไม่รู้ว่าถึงเวลาตัวเองควรไปทำผม ไม่รู้ว่าควรไปทำฟันเสียที เอาเวลาแต่สนใจเรื่องของคนอื่น ฉันเองพยายามฝึกที่จะออกไปจัดการตัวเองทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เรื่องน่าประหลาดอย่างนึง เมื่อสนใจตัวเองมากๆราวๆกับการหมกมุ่น เราก็จะเริ่มสูญเสียความเป็นธรรมชาติไป ตัณหาเริ่มทำงานหนักขึ้น ต้องการที่จะดูดี ดูดี ดูดี มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนบางครั้งฉันเคยส่องกระจกแล้วพบว่าตัวเองหมือนคนบ้าเข้าไปใหญ่แล้ว!!
No Comments Yet ห่างไกล
ใส่ความเห็น
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

