Mednune’s Weblog


Chistopher’s B day
ธันวาคม 20, 2007, 3:19 am
Filed under: Chistopher's B Day

ไม่ได้ตั้งใจจะปาร์ตี้ แต่เพื่อนที่เรารักคนนี้ที่ชื่อ คริสโตเฟอร์ ดันถึงวันเกิด บ่อสำนึกเริ่มทำงาน เปล่ เป็นเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขของเรามา.. นี่มันจะสิบปีกว่ารึยัง แต่รู้ว่ามันนานมาก และทุกครั้งที่ได้พบกันความรู้สึกไม่เคยเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้เจอกันนานมาก มาก มาก จนมาถึงตอนที่ได้รับข่าวร้าย แล้วเราก็บอกเค้าว่า เราจะไปหา…และเหมือนเดิมคือ “ไม่ได้ไป” ได้เวลาที่ความสำนึกต้องทำงานซะบ้าง และต้องเริ่มเดี๋ยวนี้เลย

pele.png

สิ่งใดที่เคยขี้เกียจต้องเปลี่ยนเป็นขยัน สิ่งใดที่เคยนิ่งนอนใจ ต้องลุกขึ้นทำ (คิดอย่างนี้ได้ เพราะรู้ตัวว่าแก่ขึ้น และเวลาคงเหลือน้อยลงมาก) เราตั้งใจทำเค้กให้เปล่ด้วยตัวเอง (เราคิดว่าน่าจะโรแมนติกกว่าเค้กซื้อ) เราเชื่อมั่นว่าเค้กเราอร่อย และสิ่งสำคัญคือ เราอยากให้เพื่อนรู้ว่าเราใส่ใจนะ ถึงแม้ที่ผ่านมาจะทิ้งๆขว้างๆไปหน่อย ปอมอุตส่าห์เปิดบ้านให้อย่างง่ายดาย (เราแอบคิดนิดๆว่า ถ้าเราไป…เราจะสามารถกลับบ้านตัวเองได้อย่างปลอดภัยรึเปล่าว๊า) หวั่นอยู่ตลอดเวลา…

121607002347.jpg121607002527.jpg

เฮ้ออออ… แล้วทุกอย่างมันก็สายยยยยย ภาพที่เห็นคือตอนท้าย ที่ท้าย สุดท้าย จริงๆ ทู้กกกคน ที่มากกว่านี้ เจ้าของวันเกิดและแฟนของเจ้าของวันเกิด คุณเอที่น่ารัก เราก็ลืมถ่ายไว้ กะอีแค่ก้อนเค้กที่เสร็จแล้ว เราก็ลืมถ่ายเก็บไว้ก่อน เราลืมถ่ายทุกสิ่งทุกอย่าง นึกขึ้นได้จึงเริ่มถ่าย ในภาพ ปอมกำลังเอนเตอร์เทนด้วยเฟรชฟรายด์ ภาพข้างๆคือ อาการใกล้ตายของหลายๆคน

121607002824.jpg

devil cake blueberry ของฉัน เป็นอย่างที่เห็นหละ รูปก็ถ่ายไม่ชัด ….

ฉันยังคงครองตำแหน่ง “เพื่อนที่บกพร่อง” อยู่อย่างเดิม



Think of Triton’s lighting
ธันวาคม 15, 2007, 7:07 am
Filed under: Uncategorized

ไทรตั้นเป็นโปรดั๊กชั่นเฮ้าส์ทำโฆษณาที่ร้อนมากๆในเดือนมีนาคมและเมษายน ก็ร้อนแทบตาย (แอร์ไม่ค่อยดี) บางทีอาจจะเป็นที่ตัวฉันเองที่ทนร้อนไม่ค่อยได้ ไทรตั้นเวลาโพล้เพล้จึงน่าสนใจมากกว่า กลางวันไปโดยปริยาย

22032007.jpg22032007001.jpg

22032007002.jpg22032007004.jpg

เป็นมุมที่ทุกคนมักจะมายืนสูุบบุหรี่ มุมนี้เป็นมุมที่เห็นลวดลายบนเพดานชัดมาก มันเป็นลายสะท้อนจากต้นดอกลั่นทมที่ปลูกอยู่ด้านล่าง สังเกตจากเวลาที่ถ่าย จะแตกต่างกัน ทำให้เกิดค่าของสีที่แตกต่าง ฉันชอบลวดลายและน้ำหนักสีอันเกิดจากผลกระทบทั้งหมด มันยอดเยี่ยมมาก ให้ความรู้สึก กึ่งกราฟฟิกโมเดิร์น ฉันเองไม่ได้จัดเป็นผู้เชียวชาญเรื่องกราฟฟิกอะไร แค่เคยเรียนกราฟฟิกตอนปริญญาตรี แต่ในเบื้องลึกฉันมีความคิดแแบบจิตรกรรมมากกว่า มันอาจถูกตัดทอนออกไปจากกว่าจาก detail ที่ฉันไม่ชอบในบางจุด เวลาฉันได้แรงบัลดาลใจจากสิ่งใดก็ตาม ฉันมักแอบคิดถึงคุณแม่ ถ้าฉันไม่มีคุณแม่เป็นผู้หญิงคนนี้ฉันคงไม่เป็นแบบนี้ ซึ่งฉันภูมิใจจริงๆ หลายคนชอบบอกว่าฉันประสาท บ้า เวียร์ต ไร้สาระ แต่บางคนยังเดินไม่ถึงครึ่งทางของสิ่งที่ฉันเจอเลย ดันมาว่ากัน แต่ฉันกลับภูมิใจในความ independent ของตัวเองอันได้ส่วนผสมสำคัญจากผู้หญิงผมสีขาวคนปัจจุบัน แม่ฉันเป็นเด็กช่างศิลป์และจิตรกรรมภาพพิมพ์ของศิลปากร ที่เป็นผู้หญิงคนเดียว ในตอนนั้น.. แม่ถ่ายทอดมุมมองอะไรบางอย่างออกมาสู่ฉัน ฉันรักและดันหวงมากซะด้วย จากภาพทั้งสี่ภาพนี้ มันจะเติบโตไปเป็นงานอีกชิ้นของฉันแน่ๆ ฉันชอบมันมากจริงๆ

เราไม่รุู้ว่าจะมีใครเห็นภาพนี้แล้วเกิดแรงบัลดาลใจอะไรบ้างรึเปล่า



วันหยุด
ธันวาคม 9, 2007, 7:51 am
Filed under: Uncategorized

นี่มันกี่วีคเอ็นมาแล้ว ที่ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน เราได้บัตรของขวัญจากห้างเซน มาสองพันบาทสี่ใบ ทำให้ตาลุกวาว ในสมองกำลังไม่รุจะจัดการยังไงกะมันดี ซึ่งแน่นอนที่สุด มันเปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้ เลยตั้งใจว่าจะเอาไว้ไปเดินเลือกกะอดัม เผื่อจะได้เปลี่ยนเป็นของขวัญให้พ่อแม่ของเขากะของเรา ดีกว่า..

แต่.. เวลานั้นก็ยังมาไม่ถึงซะที เพราะไม่มีเวลาตรงกัน

120507162241.jpg

ในภาพเป็นการบรรทุกแม่ลูก ไปทำบุญเนื่องในวันพ่อ (พ่อแม่ของเราไม่อยุู่ ) เราและแมงนูนและภรรยาจึงรวมตัวกันไปทำบุญที่วัดหลวงพ่อโสธร ไปถึงยังไม่ทันไรก็ต้องรีบกราบแล้วรีบกลับเพราะศาลากำลังจะปิด (5โมงเย็น ในวันหยุด)

120507171727.jpg

ระหว่างทาง อย่างน้อยก็ได้พบว่าที่ pit stop มี อินเดีย fast food อยู่แถวนั้นด้วย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ star buck อาจทำให้การไปพัทยาน่าสนใจมากขึ้น เราเองรุู้สึกกล่อยๆอยู่ลึกๆว่าเราน่าจะพาน้องไปที่ที่สนุกกว่านี้ เพราะเราสองคนไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเท่าไหร่ แต่น้องเราไม่ว่าอะไร สุดท้ายก็ไปจบกันที่บ้านนั่งดูหมาเล่นกันเงียบๆกะแมงนูนและน้องสะใภ้

ประมาณสามทุ่มเรามีนัดกะเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาห้าปีได้แล้วมั๊ง เอเดรียนพาแฟนมาด้วย..

120607012221.jpg

ไม่แน่ใจว่าแฟนเค้าชื่อว่าอะไร แล้วก็ไม่กล้าถามซ้ำ แต่กว่าจะรู้ก็ตอนที่เค้ามาแอทเราเป็นเพื่อนใน facebook นี่แหละ

ใหม่ เป็นเวียตนามที่หน้าตาเป็นคนดีจริงๆ ส่วนเอเดรียนก็โครตล่ำ(กล้ามเนื้อสวยมาก) ดูดูแลตัวเองมากๆ ส่วนเราช่วงนี้อาจจะดูผมแห้งๆ สุขภาพผมแย่ๆ (ทำไมไปย้อมผมทีไร ผมจะแห้งเสียกลับมาทู้กที คิดว่าควรเปลี่ยนเป็นเคลือบจะดีกว่า) เราทั้งหมดตะเวนหาบาร์ที่เราควรจะนั่งดื่มได้นิดหน่อย เพราะเพื่อนจะกลับวันพรุ่งนี้แล้ว เราคงจะไม่ได้เจอกันอีกนานแน่ๆ เริ่มต้นจาก siam@siam ก็มีวงดนตรีเสื่อมๆอยู่วงนึง ใส่เสื้อสีเหลืองที่ปักตราอะไรต่อมิอะไรแบบเสื้อที่ใครๆก็ใส่เพื่อในหลวงน่ะ แล้วก็เต้นท่าน่าเกลียด ประมาณเด้งไปข้างหน้าแบ่บที่เด็กเที่ยวช่วงนึงเคยฮิตกัน เราละอายแทนจริงๆ ความจริงถ้ามีอันจะต้องทำงานเราคิดว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อยก็ได้ หากคิดจะทำอะไรแบบนั้น (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู ลืมจริงๆ)

เราพยายามชวนเพื่อนมาอยู่เมืองไทย ทั้งๆที่เราเองยังคิดเลยว่าจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไปแน่ๆ เมืองไทยเป็นเมืองที่จะว่าอบอุ่น ก็คงจะอย่างนั้นมั้ง นั่นคงมีพ่อกะแม่เราอยู่แหละ ส่วนตัว เรารู้สึกว่าเราเฉยๆมากๆ มีหลายๆอย่างที่เราไม่เห็นด้วย และรู้สึกว่าบางครั้งจะทนอยู่ไม่ได้ โชคดีที่เพื่อนไม่บ้าจี้มาอยู่จริงๆ



Spain เรื่องเก่า
ธันวาคม 3, 2007, 3:37 pm
Filed under: Uncategorized

เราเคยไปฝึกงานอยู่ที่ Galeria de Arte ถ้ารวมเวลาไปเตรียมตัว เบ็ดเสร็จ 4เดือนกว่าๆ หน่อย เราได้เพื่อนมาคนนึง ชื่อLuis ซึ่งเป็นคนประเภทชอบถ่ายรูป (เหมือนกัน)

picture-1.png

นี่เป็นภาพ Valenciaที่ถ่ายจากตึกที่หนึ่ง (หมายความว่าข้างหน้ามัน มีสองตึก) ภาพ มันก็คือภาพที่ไม่เหมือนกับของจริงที่เรายืนอยู่เลย เราจึงแน่ใจว่า สเปนเป็นที่ๆถ่ายรูปยากที่หนึ่ง ที่ฉันเคยไป.. ที่บอกว่ายาก เพราะว่า มันเป็นเมืองที่มีรายละเอียดเยอะแยะ เพียงแต่ภาพมันบอกอะไรไม่ได้หมดจริงๆ

ภาพมุมนี้ มักจะมีเยอะแยะ(เราคิดว่า) เพราะตรงที่ฉันยืนอยู่มันคือ จุดเดียวที่ใครๆก็มาถ่ายรูป

เมื่อวานก่อนพึ่งได้คุยกะเพื่อนที่เพิ่งผันตัวไปอยู่สเปน(บ้าง) เพื่อนบ่นเหงาและอึดอัดมาก เพราะคนเมืองนี้ไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่โดยส่วนตัวเรา เวลาเราไปอยู่ ใครไม่พูดภาษาอังกฤษ เราก็จะตะบี้ตะบันพูดใส่เขาเข้าไป “ไม่รู้ล่ะ มึงต้องตอบกูมา กูต้องการคำตอบจากมึง” โชคดีที่คนสเปนน่ารัก ฉันได้คำตอบเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหน

thiss-my-home.jpg

นี่คือที่อยู่ นี่คือภาพที่ดีที่สุด ก่อนที่มันจะรกอุบาศว์ และมีของมากมายกว่าที่เห็นประมาณสี่เท่า แต่ก็สามารถอยู่ที่นี่มาได้จนถึงวันกลับ ฉันมีเพื่อนอีกคนเป็นคนข้างห้องชื่อว่า อิจิโอะ เป็นญี่ปุ่นผู้หญิงที่ไม่พูดภาษาอังกฤษเลย เราสองคนสื่อสารกันด้วยการเขียนรูป ก็พอรู้เรื่องบ้าง หลายครั้งที่โมโหที่อิจิ มีอะไรไม่พูดตรงๆ ทำให้ไม่อยากอยู่ด้วยมาก เพราะอึดอัด

ที่ี่ไม่ได้เป็นที่ถือกำเนิดเรื่อง “ฤดูหนาว” ที่เรากำลังเขียนหรอกนะ แต่เราได้เอาภาพบรรยากาศอัดใส่ลงไปด้วย

สเปนเป็นเมืองที่เหมาะจะไปอยู่กับแฟน ไปใช้ชีวิตตามความฝัน แบ่บกินอาหารสีสวยๆ แต่รสชาติก็เลี่ยนๆอยู่ดี นอนกกกอดกันอยู่ในห้องเล็กๆที่มีระเบียงมองออกไปเห็นผู้คน แสงแดดเจิดจ้า เป็นเมืองที่เหมาะแก่การ กินนอน เที่ยว ออกไปเปรี้ยวให้หมดแรงแล้วก็กลับมาตายรัง ตอนนั้นฉันไม่มีแฟน ไม่ได้มีโอกาสทำอะไรอย่างที่ตัวเองวาดเอาไว้เลย จึงได้แต่คิดมากกว่า ตื่นขึ้นมาทำงานด้วยความรู้สึกตื้อๆอยู่ในหัวลึกๆ เหมือนเตรียมพร้อมที่จะฟังภาษาประหลาด แล้วก็ไม่ต้องคิดมากถ้าเขากำลังพูดถึงเราแต่เราฟังไม่รู้เรื่อง ฉันเรียนรู้และเข้าใจการ “ไม่ต้องเข้าใจอะไรบ้าง …ก็ได้” ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการฝึกที่ดีจริงๆ

ฉันชอบความรู้สึกแห่งการไม่เข้าใจมากกกกก มันทำให้เรารุู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรู้ไปทุกเรื่อง เพราะการที่อยากรุู้ทุกเรื่อง มันจะทำให้ติดเป็นนิสัย อยากรู้เรื่องของคนอื่นตลอดเวลา ทำให้ฉันมองดูคนท่ีเป็นอย่างนั้นแล้ว รู้สึกได้รู้ว่าคุณค่าของเขาช่างด้อยจริงๆ (มันคงเป็นสัญชาตญาณชั้นเลวในตัวฉันกำลังทำงาน) คนชอบรู้เรื่องคนอื่นโดยส่วนใหญ่มักดูเยินๆ ซึ่งตัวเองมักไม่รู้ซะด้วย เยินหมายถึง ลืมดูแลตัวเอง ไม่ออกกำลังกาย ไม่รู้ว่าถึงเวลาตัวเองควรไปทำผม ไม่รู้ว่าควรไปทำฟันเสียที เอาเวลาแต่สนใจเรื่องของคนอื่น ฉันเองพยายามฝึกที่จะออกไปจัดการตัวเองทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เรื่องน่าประหลาดอย่างนึง เมื่อสนใจตัวเองมากๆราวๆกับการหมกมุ่น เราก็จะเริ่มสูญเสียความเป็นธรรมชาติไป ตัณหาเริ่มทำงานหนักขึ้น ต้องการที่จะดูดี ดูดี ดูดี มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนบางครั้งฉันเคยส่องกระจกแล้วพบว่าตัวเองหมือนคนบ้าเข้าไปใหญ่แล้ว!!



ตามันวาว
พฤศจิกายน 22, 2007, 11:11 am
Filed under: Uncategorized

picture-1.png

ฉันยืนนิ่งๆให้พ่อแต่งชุดนักเรียนอนุบาลหนึ่งให้ ถึงภาพนี้จะเลือนลางสิ้นดี แต่ก็หวังเสมอว่าถ้าฉันหกสิบ ก็ขอให้ภาพนี้เลือนลางเท่าเดิม สมุดภาพเขียน กอไก่ตามจุดไข่ปลาทำให้ฉันเจ็บนิ้วมือมาก ทั้งที่ก็ต้องลากมันไปตามจุดเล็กๆที่เรียงตัวเป็นตัวหนังสือ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับฉัน ฉันต้องนั่งรถคันสีเหลืองไปกับพ่อ รอบๆตาฉันรู้สึกตึงๆ ทุกครั้งที่ต้องแหกตาตื่นขึ้นมา และโดยเฉพาะเมื่อต้องไปโรงเรียน ฉันมักจะหันไปมองพ่อจากด้านข้าง แววตาของพ่อ จริงจัง หนักแน่น มั่นคง และอบอุ่นสุดยอด ถ้าให้เลือกระหว่างโรงเรียนกับนั่งอยู่บนรถกับพ่อ ฉันเลือกอย่างหลังดีกว่า
รถจอดแล้ว… กลิ่นน้ำหอมของพ่อจางลงเมื่อฉันเปิดประตูรถออก ความเครียดพันตัวเองเบียดอยู่ในท้องของฉันจนรู้สึกไม่สบายตัว.. เวลาแห่งการจากลา กับสิ่งที่โหยหาอย่างที่สุด เกิดขึ้นกับชีวิตของฉันแทบทุกขณะ ฉันทยานออกไปสู่โรงเรียนอันแสนกว้างใหญ่ เดียวดาย ถึงแม้เสียงที่เด็กคนอื่นๆกำลังเล่นกันจะเป็นเสียงที่จอแจวุ่นวายขนาดไหนก็ตามแต่เสียงภายในฉัน กลับเงียบและว้าเหว่อย่างบอกไม่ถูก รถคันสีเหลืองแล่นจากฉันไปแล้ว ฉันยืนมองอย่างนั้นสักครู่ จึงตัดสินใจสลัดความอาวรณ์ออกอย่างทันท่วงที ในใจเปล่าโหว่งอย่างเหลือเชื่อ ความว้าวุ่นกลับเข้ามาครองใจเสียเต็มดวง ฉันแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคนแปลกหน้าเหล่านั้น และเรียนรุู้ที่จะอยู่กับคนพวกนั้น เรียนรู้ที่จะทำให้คนพวกนั้นรัก คาดหวังเสียเต็มประดาว่าคนพวกนั้นและบ้านของฉันมันคงอบอุ่นคล้ายกัน…

picture-5.png

นับตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ มีสิ่งที่อยากทำ กับสิ่งที่จะต้องทำ … จริงดิ ในลูกตาวาวๆที่กำลังมองฉันอยู่ในเวลาที่แสงรอบๆตัวเป็นสีน้ำเงินเทาเข้ม ความจริงเวลานี้ฉันควรจะหลับตามเวลาของมนุษย์ผู้มีวินัย นั่นแหละคือสิ่งที่ทำไม่ได้ เราควรจะจัดการยังไงกะไอ้เจ้าของลูกตาวาวๆนี่ดี?

มันไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่พวกคุณคิดกันหรอก มันก็แค่ผิดศีลห้าไปข้อนึงเท่านั้น อย่าถามเลยนะว่าข้อไหน ฉันไม่ค่อยถนัดนักหรอกกะไอ้พวก ลำดับความเลวน่ะ รุู้จักแต่ ดี กับเลว ความเลวในความเชื่อของฉันมีแค่ระดับเดียว และความดีก็มีแค่ระดับเดียวเท่านั้น

“เรากลัวเวลานี้หมด” ฉันพูดออกมา
เป็นไง… ใช้ได้ไหม ประโยคพวกนี้น่ะ ทั้งที่เจ้าตาวาวคนนี้ อายุมากกว่าฉันอีกนะ ฉันกลับต้องทำตัวเจนโลกและเข้าใจเจ้าก้อนดินนี้อย่างถ่องแท้


ผู้คนในเอ็มโพเรี่ยม พากันเดินอาดๆในพื้นที่ๆมีแต่กลิ่นความเย็นล่องลอยไปทั่ว ฉันมองหา… หา หา หา อะไรซักอย่างไปฝากไอ้เจ้าของตาวาวๆนั่น
หนังสือ หนังสือภาพสวยๆ ภาพรวมงานของเดวิท ฮอคนี่ จริงเหรอ!? ที่เราชอบตาแก่นี่มากพอที่จะซื้องานของเขา ฉันไม่ชอบสิ่งของที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หากแต่สิ่งของนั้นอาจตั้งอยู่เฉยๆแต่ทุกครั้งที่หันกลับไปมอง ฉันพบความทรงจำมากมายซ่อนอยู่ในนั้น กลิ่นของวันวานล่องลอยเข้ามาแตะที่ปลายจมูก ใช่ๆ ในแบบเดียวกันกับตอนนี้ที่ฉันมองเห็นเจ้าตาวาว อยู่ทุกหนทุกแห่งแม้กระทั่งตอนที่ฉันกระพริบตา.. นั่นไง มันมาแล้ว… ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเก็บรูปเจ้าตาวาวไว้ในโทรศัพท์
“อย่ามายุ่งกะกู มึงกำลังมาป่วนซิสเต้มกูเลยนะเนี่ย” ฉันคิด ใช่ๆมันกำลังป่วนจริงๆ

ท้องไม่หิว น้ำไม่อยาก หาแต่สิ่งที่จะบอกเล่าถึงอาการทั้งหมด เพลง ใช่เพลงมันต้องเพลง นี่เลย… ดีเพสชี่ โมด ไอ ฟิล เลิฟ เลย..

ฉันใช้เวลาส่วนมากในห้างสรรพสิค้า ตามครรลองของคนไทย ที่ ..ไม่รู้จะไปไหน ก็จะให้ไปไหนล่ะวะ นอกจากร้านเหล้ากับห้าง เนี่ยแหละของตาย

“เอาอีกแล้วมั้ยล่ะ” ฉันบ่นกับตัวเองในห้างที่บรรจุไปด้วยมนุษย์
ฉันกดรับโทรศัพท์มือถือรุ่นที่คิดว่าบางที่สุด อะไรนะ.. ซัมซุง อะไรซักอย่าง
“ว่า….” ฉันรอฟังเสียงจากโทรศัพท์ เสียงที่อยู่ข้างในคือเสียงที่ฉันคุ้นเคยและชอบใจ เสียงของชายผู้มีดวงตาแวววาว บ้องแบ้ว ตลอดเวลา
ในแววตาที่ดูเหมือนจะใสซื่อ ในแววตาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลวร้าย ในแววตาลูกนั้น..มันเต็มปรี่ไปด้วย ความกลัวอันท่วมท้น..ฉันอยากเพ้อเล่าให้คุณฟังอีก แต่ เดี่๋ยวก่อนได้ไหม.. อย่าเชื่อฉันเลย…

นั่นไง..ใบหน้าไอ้ตาวาวลอยเข้ามาอีกแล้ว และในหนนี้ลูกตากลมดำลูกใหญ่กว่าที่ฉันเคยเห็น

“แหงงงงงงง….” ฉันร้องอยู่ในลำคอ ความมืดแห่งลูกตายักษ์กำลังกลืนให้บริเวณรอบๆมืดสนิท
..มันมาแล้ว…
อุณหภูมิที่โครตจะพอเหมาะ อบอุ่นแต่ก็ยังมีลมเย็นระเหยออกมา อากาศเหมือนเอ็มโพเรี่ยม? ใครว่าอุณหภูมิในเอ็มโพเรี่ยมไม่ดี!? มันกี่องศาอันน่ะ ไม่รู้หรอก อย่าถามฉันไปถามพนักงานที่ห้างโน่นเถอะนะ..

ตอนนี้ฉันคงมีความรัก ความรักมันต้องเป็นเพลงอะไร ฉันกำลังเวียนว่ายอยุู่ในอารมณ์รัก เสียงที่ก้องอยุู่ทุกอณูของหู หัว ทุกอณูของความรุ้สึก ทุกรวงรูของการซึมซับด้วยเสียง เพลงมิสตี้ ต่างหาก นี่มันเสียงเพลงมิสตี้นี่หน่า.. เพราะจับใจเหลือบรรยาย โอ… รสชาดที่ไหลอยู่ในลำคอ คือรสชาดของเชอรรี่เชื่อมชุบดาร์คช็อคโกแลตนี่หว่า เยี่ยมจริงๆ



คนข้างบ้าน
พฤศจิกายน 16, 2007, 10:00 am
Filed under: เรื่อง คนข้างบ้าน


เราอยากได้เพื่อนบ้านเป็น ร็อคสตาร์ ซักวงที่ไม่ต้องถึงขนาด พี่หนุ่ยอำพล หรือพี่ป้อมโต๊ะ ยิ่งเป็นประเภท

โรลลิ่งสโตน นั่นยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปอีก..

ฉันมีเพื่อนบ้านอยู่แบบนึง ที่น่าจะจัดอยู่ในหมวดร็อคสตาร์ได้

dsc00306.jpg

ภาพนี้ถ่ายขณะเครื่องกำลังลงจอดสดๆร้อนๆ.. “เพื่อนบ้าน” ของฉัน… มันมาแล้ว..

ร็อคสตาร์ทั้งสองมีหมาอยู่สองตัว

dsc00102.jpg

ที่เห็นในภาพคือ มิลลี่ หมาชิสุขนาดกระดาษไซด์ A4 หัวหูไม่ต่างอะไรกะเพื่อนร็อคสตาร์เลยแม้แต่น้อย เพื่อนร็อคสตาร์เรียกหมาตัวเองว่า Shit bag มันเป็นหมาที่มีการเรียนรู้เร็ว ประสบการณ์ต่ำ และไม่มีมารยาท ฉันเห็นมันครั้งแรกและหลายๆครั้งต่อๆมา กลับไม่มีความรักให้มันเลย ฉันเคยชินกับสุนัขขนาดใหญ่มากกว่า ที่บ้านจะเลี้ยงร็อดไวเล่อร์ และโอลอิงริชมัสตีฟ มันทั้งหมดไม่ใช่หมาจุกจิก ไม่ยุ่ง ไม่เห่า ไม่เรียกร้องความสนใจ แต่กลับน่ารักเหมือนเด็กชายซนๆ เพื่อนบ้านของฉันต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อยจากฉันในวันหนึ่ง

ร็อกสตาร์นึกเล่นๆว่าอยากเห็นหมาตุ๊ดๆของมันสวยซักครั้ง ฉันจึงอาสาจับไอ้หมา Shit bag ไปยังซาลอน

111607151352.jpg

เราได้ไอ้ถุงสกปรกตัวใหม่กลับมาแบบหมาขนสั้น สมหวัง มันดูตลกดี ว่ามั้ย

เมื่อวาน (วันอาทิตย์ที่สอง เดือนธันวาคม) เราไปพัทยาแบบทันด่วนกะพี่ยู้ฮู

120207193642.jpg120207193533.jpg

เราพากันไปกินอะไรต่อมิอะไร ด้วยความที่คิดว่า เราน่าจะมีกิจกรรมวันเสาร์อาทิตย์ เราสองคนพากันไปดูทุ่งนาระหว่างทาง เผื่อจะเป็นแรงบันดารใจในการผลิตงาน (อย่างน้อยก็นิยายอีกสองเรื่องที่กำลังทำอยู่) แล้วพวกเราก็เลยไปโผล่พัทยาอย่างตั้งใจนิดหน่อย ที่เห็นคือฮาเกนด้าสฟองดู ที่ตอนแรกเราคิดว่าไม่น่าจะกินเข้าไปหมดได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเหลือ เราน่าจะได้รวมตัวกันย้อนเวลา เหมือนตอนที่เราเป็นเด็ก(เด็กมหาลัย)

เราสองคนพากันเข้าไปดูโรงหนัง4d

120207214018.jpg

เรื่องไดโนเสาร์ หนุกดีเหมือนกัน เราเดินลอยชายอยู่แถวนั้นแล้วกลับบ้านกันมาราวๆตีสองกว่าๆ เหนื่อยมาก

ถึงวันนี้ (วันที่สามธันวาคม) เราโดดการไปเจอหมอตรวจภายใน (เพราะยังทำใจไม่ได้ เรื่องHPV) วันนี้เลยวาดรูป

120307223606.jpg

เพื่อจะเตรียมมันเป็นของขวัญวันคริสต์มาส เสร็จเมื่อไหร่จะถ่ายมันอีกครั้ง หลังจากที่หยุดเขียนมาเกือบ8เดือนแล้ว ห่วงต่อมนี้จะฝ่อไป ต้องหมั่นเก็บรักษามันไว้ ขนาดต่อมเล่นเปียโนของเรายังฝ่อๆเพราะไม่ค่อยได้ซ้อม



พฤศจิกายน 15, 2007, 4:07 am
Filed under: Uncategorized

meds-job.jpg

The Illustrate for Go Ask Alice mednune: 1998