Mednune’s Weblog


ตามันวาว
พฤศจิกายน 22, 2007, 11:11 am
Filed under: Uncategorized

picture-1.png

ฉันยืนนิ่งๆให้พ่อแต่งชุดนักเรียนอนุบาลหนึ่งให้ ถึงภาพนี้จะเลือนลางสิ้นดี แต่ก็หวังเสมอว่าถ้าฉันหกสิบ ก็ขอให้ภาพนี้เลือนลางเท่าเดิม สมุดภาพเขียน กอไก่ตามจุดไข่ปลาทำให้ฉันเจ็บนิ้วมือมาก ทั้งที่ก็ต้องลากมันไปตามจุดเล็กๆที่เรียงตัวเป็นตัวหนังสือ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับฉัน ฉันต้องนั่งรถคันสีเหลืองไปกับพ่อ รอบๆตาฉันรู้สึกตึงๆ ทุกครั้งที่ต้องแหกตาตื่นขึ้นมา และโดยเฉพาะเมื่อต้องไปโรงเรียน ฉันมักจะหันไปมองพ่อจากด้านข้าง แววตาของพ่อ จริงจัง หนักแน่น มั่นคง และอบอุ่นสุดยอด ถ้าให้เลือกระหว่างโรงเรียนกับนั่งอยู่บนรถกับพ่อ ฉันเลือกอย่างหลังดีกว่า
รถจอดแล้ว… กลิ่นน้ำหอมของพ่อจางลงเมื่อฉันเปิดประตูรถออก ความเครียดพันตัวเองเบียดอยู่ในท้องของฉันจนรู้สึกไม่สบายตัว.. เวลาแห่งการจากลา กับสิ่งที่โหยหาอย่างที่สุด เกิดขึ้นกับชีวิตของฉันแทบทุกขณะ ฉันทยานออกไปสู่โรงเรียนอันแสนกว้างใหญ่ เดียวดาย ถึงแม้เสียงที่เด็กคนอื่นๆกำลังเล่นกันจะเป็นเสียงที่จอแจวุ่นวายขนาดไหนก็ตามแต่เสียงภายในฉัน กลับเงียบและว้าเหว่อย่างบอกไม่ถูก รถคันสีเหลืองแล่นจากฉันไปแล้ว ฉันยืนมองอย่างนั้นสักครู่ จึงตัดสินใจสลัดความอาวรณ์ออกอย่างทันท่วงที ในใจเปล่าโหว่งอย่างเหลือเชื่อ ความว้าวุ่นกลับเข้ามาครองใจเสียเต็มดวง ฉันแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคนแปลกหน้าเหล่านั้น และเรียนรุู้ที่จะอยู่กับคนพวกนั้น เรียนรู้ที่จะทำให้คนพวกนั้นรัก คาดหวังเสียเต็มประดาว่าคนพวกนั้นและบ้านของฉันมันคงอบอุ่นคล้ายกัน…

picture-5.png

นับตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้ มีสิ่งที่อยากทำ กับสิ่งที่จะต้องทำ … จริงดิ ในลูกตาวาวๆที่กำลังมองฉันอยู่ในเวลาที่แสงรอบๆตัวเป็นสีน้ำเงินเทาเข้ม ความจริงเวลานี้ฉันควรจะหลับตามเวลาของมนุษย์ผู้มีวินัย นั่นแหละคือสิ่งที่ทำไม่ได้ เราควรจะจัดการยังไงกะไอ้เจ้าของลูกตาวาวๆนี่ดี?

มันไม่มีอะไรเลวร้ายอย่างที่พวกคุณคิดกันหรอก มันก็แค่ผิดศีลห้าไปข้อนึงเท่านั้น อย่าถามเลยนะว่าข้อไหน ฉันไม่ค่อยถนัดนักหรอกกะไอ้พวก ลำดับความเลวน่ะ รุู้จักแต่ ดี กับเลว ความเลวในความเชื่อของฉันมีแค่ระดับเดียว และความดีก็มีแค่ระดับเดียวเท่านั้น

“เรากลัวเวลานี้หมด” ฉันพูดออกมา
เป็นไง… ใช้ได้ไหม ประโยคพวกนี้น่ะ ทั้งที่เจ้าตาวาวคนนี้ อายุมากกว่าฉันอีกนะ ฉันกลับต้องทำตัวเจนโลกและเข้าใจเจ้าก้อนดินนี้อย่างถ่องแท้


ผู้คนในเอ็มโพเรี่ยม พากันเดินอาดๆในพื้นที่ๆมีแต่กลิ่นความเย็นล่องลอยไปทั่ว ฉันมองหา… หา หา หา อะไรซักอย่างไปฝากไอ้เจ้าของตาวาวๆนั่น
หนังสือ หนังสือภาพสวยๆ ภาพรวมงานของเดวิท ฮอคนี่ จริงเหรอ!? ที่เราชอบตาแก่นี่มากพอที่จะซื้องานของเขา ฉันไม่ชอบสิ่งของที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หากแต่สิ่งของนั้นอาจตั้งอยู่เฉยๆแต่ทุกครั้งที่หันกลับไปมอง ฉันพบความทรงจำมากมายซ่อนอยู่ในนั้น กลิ่นของวันวานล่องลอยเข้ามาแตะที่ปลายจมูก ใช่ๆ ในแบบเดียวกันกับตอนนี้ที่ฉันมองเห็นเจ้าตาวาว อยู่ทุกหนทุกแห่งแม้กระทั่งตอนที่ฉันกระพริบตา.. นั่นไง มันมาแล้ว… ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเก็บรูปเจ้าตาวาวไว้ในโทรศัพท์
“อย่ามายุ่งกะกู มึงกำลังมาป่วนซิสเต้มกูเลยนะเนี่ย” ฉันคิด ใช่ๆมันกำลังป่วนจริงๆ

ท้องไม่หิว น้ำไม่อยาก หาแต่สิ่งที่จะบอกเล่าถึงอาการทั้งหมด เพลง ใช่เพลงมันต้องเพลง นี่เลย… ดีเพสชี่ โมด ไอ ฟิล เลิฟ เลย..

ฉันใช้เวลาส่วนมากในห้างสรรพสิค้า ตามครรลองของคนไทย ที่ ..ไม่รู้จะไปไหน ก็จะให้ไปไหนล่ะวะ นอกจากร้านเหล้ากับห้าง เนี่ยแหละของตาย

“เอาอีกแล้วมั้ยล่ะ” ฉันบ่นกับตัวเองในห้างที่บรรจุไปด้วยมนุษย์
ฉันกดรับโทรศัพท์มือถือรุ่นที่คิดว่าบางที่สุด อะไรนะ.. ซัมซุง อะไรซักอย่าง
“ว่า….” ฉันรอฟังเสียงจากโทรศัพท์ เสียงที่อยู่ข้างในคือเสียงที่ฉันคุ้นเคยและชอบใจ เสียงของชายผู้มีดวงตาแวววาว บ้องแบ้ว ตลอดเวลา
ในแววตาที่ดูเหมือนจะใสซื่อ ในแววตาที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเลวร้าย ในแววตาลูกนั้น..มันเต็มปรี่ไปด้วย ความกลัวอันท่วมท้น..ฉันอยากเพ้อเล่าให้คุณฟังอีก แต่ เดี่๋ยวก่อนได้ไหม.. อย่าเชื่อฉันเลย…

นั่นไง..ใบหน้าไอ้ตาวาวลอยเข้ามาอีกแล้ว และในหนนี้ลูกตากลมดำลูกใหญ่กว่าที่ฉันเคยเห็น

“แหงงงงงงง….” ฉันร้องอยู่ในลำคอ ความมืดแห่งลูกตายักษ์กำลังกลืนให้บริเวณรอบๆมืดสนิท
..มันมาแล้ว…
อุณหภูมิที่โครตจะพอเหมาะ อบอุ่นแต่ก็ยังมีลมเย็นระเหยออกมา อากาศเหมือนเอ็มโพเรี่ยม? ใครว่าอุณหภูมิในเอ็มโพเรี่ยมไม่ดี!? มันกี่องศาอันน่ะ ไม่รู้หรอก อย่าถามฉันไปถามพนักงานที่ห้างโน่นเถอะนะ..

ตอนนี้ฉันคงมีความรัก ความรักมันต้องเป็นเพลงอะไร ฉันกำลังเวียนว่ายอยุู่ในอารมณ์รัก เสียงที่ก้องอยุู่ทุกอณูของหู หัว ทุกอณูของความรุ้สึก ทุกรวงรูของการซึมซับด้วยเสียง เพลงมิสตี้ ต่างหาก นี่มันเสียงเพลงมิสตี้นี่หน่า.. เพราะจับใจเหลือบรรยาย โอ… รสชาดที่ไหลอยู่ในลำคอ คือรสชาดของเชอรรี่เชื่อมชุบดาร์คช็อคโกแลตนี่หว่า เยี่ยมจริงๆ



คนข้างบ้าน
พฤศจิกายน 16, 2007, 10:00 am
Filed under: เรื่อง คนข้างบ้าน


เราอยากได้เพื่อนบ้านเป็น ร็อคสตาร์ ซักวงที่ไม่ต้องถึงขนาด พี่หนุ่ยอำพล หรือพี่ป้อมโต๊ะ ยิ่งเป็นประเภท

โรลลิ่งสโตน นั่นยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปอีก..

ฉันมีเพื่อนบ้านอยู่แบบนึง ที่น่าจะจัดอยู่ในหมวดร็อคสตาร์ได้

dsc00306.jpg

ภาพนี้ถ่ายขณะเครื่องกำลังลงจอดสดๆร้อนๆ.. “เพื่อนบ้าน” ของฉัน… มันมาแล้ว..

ร็อคสตาร์ทั้งสองมีหมาอยู่สองตัว

dsc00102.jpg

ที่เห็นในภาพคือ มิลลี่ หมาชิสุขนาดกระดาษไซด์ A4 หัวหูไม่ต่างอะไรกะเพื่อนร็อคสตาร์เลยแม้แต่น้อย เพื่อนร็อคสตาร์เรียกหมาตัวเองว่า Shit bag มันเป็นหมาที่มีการเรียนรู้เร็ว ประสบการณ์ต่ำ และไม่มีมารยาท ฉันเห็นมันครั้งแรกและหลายๆครั้งต่อๆมา กลับไม่มีความรักให้มันเลย ฉันเคยชินกับสุนัขขนาดใหญ่มากกว่า ที่บ้านจะเลี้ยงร็อดไวเล่อร์ และโอลอิงริชมัสตีฟ มันทั้งหมดไม่ใช่หมาจุกจิก ไม่ยุ่ง ไม่เห่า ไม่เรียกร้องความสนใจ แต่กลับน่ารักเหมือนเด็กชายซนๆ เพื่อนบ้านของฉันต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อยจากฉันในวันหนึ่ง

ร็อกสตาร์นึกเล่นๆว่าอยากเห็นหมาตุ๊ดๆของมันสวยซักครั้ง ฉันจึงอาสาจับไอ้หมา Shit bag ไปยังซาลอน

111607151352.jpg

เราได้ไอ้ถุงสกปรกตัวใหม่กลับมาแบบหมาขนสั้น สมหวัง มันดูตลกดี ว่ามั้ย

เมื่อวาน (วันอาทิตย์ที่สอง เดือนธันวาคม) เราไปพัทยาแบบทันด่วนกะพี่ยู้ฮู

120207193642.jpg120207193533.jpg

เราพากันไปกินอะไรต่อมิอะไร ด้วยความที่คิดว่า เราน่าจะมีกิจกรรมวันเสาร์อาทิตย์ เราสองคนพากันไปดูทุ่งนาระหว่างทาง เผื่อจะเป็นแรงบันดารใจในการผลิตงาน (อย่างน้อยก็นิยายอีกสองเรื่องที่กำลังทำอยู่) แล้วพวกเราก็เลยไปโผล่พัทยาอย่างตั้งใจนิดหน่อย ที่เห็นคือฮาเกนด้าสฟองดู ที่ตอนแรกเราคิดว่าไม่น่าจะกินเข้าไปหมดได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเหลือ เราน่าจะได้รวมตัวกันย้อนเวลา เหมือนตอนที่เราเป็นเด็ก(เด็กมหาลัย)

เราสองคนพากันเข้าไปดูโรงหนัง4d

120207214018.jpg

เรื่องไดโนเสาร์ หนุกดีเหมือนกัน เราเดินลอยชายอยู่แถวนั้นแล้วกลับบ้านกันมาราวๆตีสองกว่าๆ เหนื่อยมาก

ถึงวันนี้ (วันที่สามธันวาคม) เราโดดการไปเจอหมอตรวจภายใน (เพราะยังทำใจไม่ได้ เรื่องHPV) วันนี้เลยวาดรูป

120307223606.jpg

เพื่อจะเตรียมมันเป็นของขวัญวันคริสต์มาส เสร็จเมื่อไหร่จะถ่ายมันอีกครั้ง หลังจากที่หยุดเขียนมาเกือบ8เดือนแล้ว ห่วงต่อมนี้จะฝ่อไป ต้องหมั่นเก็บรักษามันไว้ ขนาดต่อมเล่นเปียโนของเรายังฝ่อๆเพราะไม่ค่อยได้ซ้อม